ไข้เลือดออก อาการ สาเหตุ และวิธีการป้องกัน

วี้ วี้ วี้ ๆๆๆๆๆ เอกลักษณ์เสียงบินของยุงที่เสียวหูชวนขนลุก ทำให้เราอดไม่ได้ที่จะตบมันก่อนที่จะกัด แต่ถ้ายุงลายตัวเมียที่ชอบความรื้นชื้นของอากาศมากัดในช่วงฤดูฝนและนำไวรัส เดงกี่ (Dengue) มาฝากไว้ที่เราด้วย เรากำลังจะเผชิญกับโรค “ ไข้เลือดออก ” 3คำนี้ มีไข้ มีเลือด ออกจากร่างกาย มันร้ายแรงแน่ๆถ้าไม่ใช่แค่เลือดออก แต่วิญญาณออกจากร่างด้วย

ไม่ใช่เรื่องเล่นที่สถิติคนตายจากโรคไข้เลือดออกสูงเพิ่มมากขึ้นในทวีปเขตร้อน เช่น เอเชีย แอฟริกา ตอนเหนือออสเตรเลีย และหมู่เกาะแปซิฟิก ซึ่งตามความเป็นจริงประเทศไทยเป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการรับมือโรคไข้เลือดออกด้วย อย่างที่ได้ยินข่าวการแพร่เชื้อของไข้เลือดออกสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งหมอหลายท่านได้มองว่า สายพันธุ์คงไม่ขยายไปมากกว่านี้ แต่ที่เชื้อแพร่กระจายหนักขึ้น เป็นเพราะคนมีภูมิคุ้มกันต่ำมากกว่า ทุกคนเสี่ยงที่จะเป็นได้ เพราะยุงลายไม่ได้จำกัดอาณาเขตการปล่อยเชื้อ

ไข้เลือดออก

 

 ไข้เลือดออกมีอาการอย่างไร ?

ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่า ไข้เลือดออกเป็นได้ทั้งในผู้ใหญ่และในเด็ก ซึ่งจะมีอาการที่คล้ายคลึงกัน เบื้องต้นเริ่มแรกคือการมีไข้สูงมาก ไม่ว่าจะทานยาเช็ดตัวทำยังไงไข้ก็ไม่ลด ปวดศีรษะมาก ปวดกล้ามเนื้อทั้งตัว อาจพบตุ่มแดงหรือผื่นแดงขึ้นตามตัวทั่วร่างกาย ซึ่งอาการเหล่านี้จะเป็นหนักช่วง 3-5 วัน จากนั้นจะทุเลาลงเสมือนว่าจะหายเป็นปกติ แต่ระรอกหลังอาการจะกลับมารุนแรงกว่าปกติ ซึ่งโรคไข้เลือดออกหากรักษาได้ในเบื้องต้นจะสามารถยับยั้งอาการได้ดี แต่หากรักษาในเวลาที่ช้าอาจทำให้อาการแย่จนถึงขั้นเสียชีวิตได้เลยทีเดียว เรามีวิธีการดูอาการไข้เลือดออก 3 ระยะ

  • ระยะแรก เป็นอาการของการเกิดไข้เลือดออกพื้นฐานเหมือนดังที่กล่าวมา มีไข้สูง ปวดศีรษะ เบื่ออาหาร หน้าแดง มีตุ่มไข้เลือดออกขึ้นแต่อาจไม่ชัดเจน ซึ่งลักษณะของตุ่มไข้เลือดออกจะมีลักษณะคล้ายๆยุงกัดทั่วไป ใกล้เคียงกับผื่นจากโรคหัด ทดสอบด้วยการดึงผิวหนังบริเวณที่เป็นตุ่มเมื่อผิวหนังขยาย ตุ่มจะยังคงเป็นสีแดงชดเจนไม่เลือนหายเหมือนยุงกัดธรรมดา

 

  • ระยะสอง เป็นอาการสืบเนื่องมาจากระยะแรก หรือเรียกได้ว่าไข้เลือดออกรอบ 2 เป็นช่วงที่เชื้อเดงกี่ทำงานเต็มที่ ไข้จะลดลงแต่อาการอื่นๆจะหนักขึ้น เช่นการอาเจียน ปวดท้อง ตัวเย็น กระสับกระส่าย ความดันต่ำจนเกิดอาการช็อก ซึ่งหากไม่ได้รักษาภายใน 1-2 วัน ภัยอันตรายคือการสูญเสียชีวิต

 

  • ระยะสาม หลังจากพ้นช่วงวิกฤติในระยะที่สอง หากทำการรักษาได้ทันท่วงที ร่างกายจะรับการฟื้นตัวขึ้นภายใน 5-7 วัน รู้สึกทานอาหารได้มากขึ้น มีแรงเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น ซึ่งอาการจะดีขึ้นตามลำดับจนหายเป็นปกติ

 

การรักษาโรคไข้เลือดออก
หากเราหมั่นดูแลสุขภาพและระมัดระวังตัวเองเสมอ การเป็นไข้เลือดออกสามารถหายได้เมื่อเกิดขึ้นในขั้นเริ่มต้น ซึ่งบางครั้งเราอาจไม่ระวังจนทำให้อาการเริ่มรุนแรงก็ควรตัดสินใจรีบนำส่งโรงพยาบาล

 

การรักษาเบื้องต้น : เมื่อมีไข้ควรใช้ยาลดไข้ตระกูลพาราเซตามอล ไม่ควรใช้ประเภทแอสไพรินที่ทำให้ระคายเคืองกระเพราะอาหาร ให้จิบน้ำแร่บ่อยๆเมื่อเกิดการสูญเสียน้ำหรืออาการเบื่ออาหาร และติดตามดูอาการอย่างใกล้ชิด คอยหมั่นสังเกตเรื่องการปัสสาวะ การอ่อนแรง กระสับกระส่าย มือเท้าเย็น ปวดท้อง หากพบอาการเหล่านี้แนะนำให้ส่งโรงพยาบาลทันที

การรักษาเร่งด่วน : เมื่อพบอาการเลือดออกผิดปกติ ปวดท้องรุนแรง ไม่ดื่มน้ำ อาการเหมือนทุรนทุราย เหงื่อออกในช่วงไข้ลดลงให้รีบนำส่งโรงพยาบาลทันที โดยหมอจะทำการตรวจวัดและควบคุมระดับความดันเลือดไม่ให้ลดต่ำลงมาก เนื่องการพลาสมาภายในทำงานผิดปกติและเลือดออกจำนวนมาก ซึ่งอาจทำให้ระบบในร่างกายทำงานล้มเหลวจนเกิดเสียชีวิต

 

การป้องกันโรคไข้เลือดออก

เราได้เห็นถึงความร้ายแรงของการเกิดโรคไข้เลือดออกแล้วว่าอันตรายและทำให้ชีวิตเราทรมานกับโรคนี้อย่างไร ถ้าไม่อยากให้เกิดขึ้นกับตัวเรา จำเป็นต้องศึกษาและเรียนรู้วิธีป้องกันให้ร่างกายได้อยู่ในสภาวะที่ปลอดภัย เราจึงแนะนำวิธีการป้องกันแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ดังนี้

ป้องกันยุง : ต้นตอของการเกิดโรคไข้เลือดออกมาจากยุง เราก็กำจัดที่ยุง เราทราบกันเสมอว่าต้องไม่ทำให้มีแอ่งน้ำสำหรับการเพาะพันธุ์ยุง เช่นโอ่ง ขันน้ำ กระถาง ยางรถเก่า แจกัน ขวดน้ำ กระป๋อง ถ้วยรองขาโต๊ะ รั้วไม้ที่กวงเป็นรู รวมถึงถาดรองน้ำตู้เย็นด้วย ควรคว่ำหรือทำให้ไม่เกิดน้ำขังและตรวจสอบลูกน้ำที่อาจจะเกิดขึ้น เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของยุง อันเป็นสภาพแวดล้อมที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อและแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออกสู่ตัวเราและผู้อื่น

ป้องกันตัวเอง : ต้องรู้ก่อนว่าทำไมยุงถึงกัด โดยปกติแล้วมีหลายปัจจัยที่ดึงดูดยุงให้กัดเรา เช่น การใส่เสื้อผ้าสีเข้ม การมีอุณหภูมิในร่างกายที่อุ่น เป็นคนมีเหงื่อออกมาก มีฮอร์โมนของผู้หญิง หายใจแรงเพราะมีคาร์บอนไดออกไซด์ดึงดูดยุง รวมทั้งเป็นเด็กเพราะมีกลิ่นตัวเป็นเอกลักษณ์ ดังนั้น พื้นฐานคือหลีกเลี่ยงใส่เสื้อผ้าสีเข้ม หากเหงื่อออกควรทำความสะอาดตัวเองให้รวดเร็ว ดูแลตัวเองโดยเฉพาะเด็กให้อยู่ในที่ปลอดยุงเสมอ การใช้สารไร่ยุงที่ไม่เป็นอันตรายเช่น ตระไคร้ เปลือกส้ม รวมถึงควรให้บริษัทใช้สารเคมีกำกัดลูกน้ำและยุงอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง

 

โรคไข้เลือดออก เกิดจากยุงที่เป็นตัวพาหะ หน้าที่ของเราคือระมัดระวัง เราไม่สามารถห้ามยุงไม่ให้กัดได้ แต่เราสามารถทำให้ตัวเองปลอดจากการกัดของยุงได้ นำตัวเองไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี และหากเลือกไม่ได้ ก็สร้างสภาพแวดล้อมใหม่ ด้วยการทำลายแหล่งชุมนุมของยุงและลูกน้ำ ให้สุญพันธุ์ไป เพราะชีวิตเราไม่ควรเกิดมาตายเพราะยุง !!!

 

 

Tags: ตุ่มไข้เลือดออก วิธีรักษาไข้เลือดออก สาเหตุไข้เลือดออก อาการไข้เลือดออกสายพันธ์ใหม่ อาการไข้เลือดออกในผู้ใหญ่ ไข้เลือดออกเกิดจาก

Leave a reply "ไข้เลือดออก อาการ สาเหตุ และวิธีการป้องกัน"