ปวดท้องบิด อาการ สาเหตุและวิธีป้องกัน

อาการ ปวดท้องบิด แบบกลืนไม่ได้คลายไม่ออก ทรมานต้องใช้มือกุมหน้าท้อง เรียกอาการว่า “โรคบิด” หรือปวดท้องบิด แท้จริงแล้วบริเวณที่เราปวดมีอวัยวะหลายส่วนอาศัยอยู่ ซึ่งอาการปวดบิดสามารถมาจากหลายปัจจัย เช่น ถุงน้ำดี ลำไส้ใหญ่ ลำไส้เล็ก ตับ ท่อปัสสาวะ รังไข่ มดลูก กระเพราะอาหาร เป็นต้น อาการปวดเป็นได้กับทุกคน ไม่ว่าจะหญิงหรือชาย ผู้สูงอายุหรือเด็ก แต่โดยส่วนใหญ่เมื่อปวดท้องเราก็มักจะเดาๆกันไปว่าเกิดจากอะไรบ้าง เอาหล่ะ..ทีนี้คุณปวดท้องบิดลักษณะแบบไหน สาเหตุการปวดท้องเกิดจากอะไรได้บ้างมาดูกัน

ปวดท้องบิด

สาเหตุการ “ปวดท้องบิด”

ปวดท้องบิด มาได้จากหลายสาเหตุ อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่า บริเวณท้องมีอวัยวะหลายอย่างอาศัยอยู่ ซึ่งอาการปวดมักมาจากหลายปัจจัย เช่น เกิดจากท้องผูก ท้องเสีย กระเพราะอาหารทำงานผิดปกติ ลำไส้อุดตัน เกิดโรคนิ่ว นิ่วถุงน้ำดี นิ่วในไต กรดไหลย้อน กระเพราะอาหารอักเสบติดเชื้อ อาหารไม่ย่อย เกิดแก๊สในกระเพราะ ปัสสาวะอักเสบ ปวดประจำเดือน มะเร็งปากมดลูก มะเร็งลำไส้ใหญ่ มากมายจะวินิจฉัยได้ ส่วนใหญ่เรามักจะทำความเข้าใจกับตัวเองกับอาการปวดบิดที่เกิดขึ้น ยกตัวอย่าง ปวดท้องบิดแบบอยากถ่ายหนักลักษณะเหลว น่าจะมาจากท้องเสีย ปวดท้องบิดรอบเดือน หรือปวดท้องบิดแบบได้ยินเสียงแก๊ส ก็พอจะเดาได้ แล้วคุณมีวิธีการรักษาถูกต้องหรือไม่ หรือหากปวดบิดลักษณะแบบอื่นๆ เราจะรักษาอาการปวดได้อย่างไร

 

คุณปวดท้องบิดแบบไหน ?

1. ปวดบิด คลื่นไส้: ต้องระมัดระวังตัวเองพอสมควรเนื่องจากลักษณะนี้ น่าจะเกิดจากอาการของโรคลำไส้อุดตัน หรือเกี่ยวกับตับ (ลำไส้อืด) ท้องและพุงป่อง ลมหายใจมีกลิ่นแปลกๆ ไม่ผ่ายลม ไม่อุจจาระ วิธีการแก้เบื้องต้น คุณอาจต้องเคลื่อนไหวร่างกายให้มากขึ้น เพื่อให้ลำไส้ได้เคลื่อนไหว แต่สภาวะนี้ ควรเข้าพบปรึกษาแพทย์เพราะอาจเกิดการการสะสมของการอักเสบและโรคลำไส้เรื้อรังมาเป็นเวลานาน ทานอาหารเหลวที่ย่อยง่าย ไม่ใช้ยาพร่ำเพื่อ และดูแลสุขภาพให้ห่างไกลจากโรคต่างๆอันก่อให้เกิดการติดเชื้อ

 

2. ปวดบิด ท้องเสีย: มักเกิดจากการทำงานของลำไส้ใหญ่ผิดปกติหรืออักเสบ เราจะเข้าใจกันว่าท้องเสีย อุจจาระที่ถ่ายออกมามีลักษณะเหลว ซึ่งหากเป็นตั้งแต่ 3 ครั้งต่อวันขึ้นไปจะเป็นลักษณะมูกเลือด หรือเรียกว่าโรคบิด สาเหตุหลักคือการทานอาหารและดื่มน้ำที่ไม่สะอาด มีเชื้อโรคปะปนอยู่ ซึ่งเชื้อที่พบจากอาการท้องเสียคือ ไวรัส และแบคทีเรีย วิธีเยียวยาตัวเองคือ การทานน้ำสะอาดเยอะๆ ดื่มผงเกลือแร่ พักผ่อนให้มาก ร่างกายจะเริ่มพื้นตัวขึ้นตามลำดับ

 

3. ปวดบิด แสบ: อาการปวดเมื่อรับประทานอาหาร ปวดเมื่อมีอาหารเข้าไปในกระเพาะ หรือปวดบิดบริเวณเหนือสะดือ นั่นคืออาการเสี่ยงของการเป็นกระเพาะอักเสบ หรือโรคแผลในกระเพาะอาหาร ตำแหน่งการปวดอยู่บริเวณใต้ลิ้นปี่ มีอาการคลื่นไส้ อาเจียนร่วมด้วย เบื่ออาหาร อุจาระเหมือนยางมะตอย วิธีที่แก้ไขได้ดีคือการได้รับยาปฏิชีวนะและยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียโดยคำสั่งยาจากแพทย์ หากเกิดอาการเริ่มแรกคุณสามารถหายาประเภทลดกรด ยาช่วยย่อยอาหาร ยาเคลือบกระเพาะอาหาร และยาบรรเทาอาการปวดท้องได้ ซึ่งหากคุณติดบุหรี่ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือพวกคาเฟอีน ต้องลดและเลิกก่อนเพื่อให้อาการดีขึ้น
นอกจากอาการปวดบิดในลักษณะต่างๆ ตำแหน่งของการปวดบิดนั้นสามารถช่วยให้เราสันนิษฐานได้ว่าอาการปวดบิดนั้นน่าจะเกี่ยวข้องกับอวัยวะใด เช่น ปวดบิดด้านซ้ายบน เกี่ยวข้องกับกระเพาะอาหา ลำไส้ ตับอ่อนม้ามที่เกิดการอักเสบ ปวดบิดด้านซ้ายล่างเกี่ยวกับปีกมดลูกซ้าย หรือลำไส้ ปวดบิดด้านขวาบนเกี่ยวกับตับ ท่อน้ำดี ถุงน้ำดี ปวดบิดด้านขวาล่างเกี่ยวกับ ไส้ติ่ง ปีกมดลูก รังไข่ขวา รวมถึงการปวดบิดรอบๆสะดือคือมีสภาวะเสี่ยงต่อการเป็นไส้ติ่ง ปวดบริเวณหัวหน่าวจะเกี่ยวข้องกับมดลูก หรือกระเพาะปัสสาวะ

 

การป้องกันอาการ “ปวดท้องบิด”

เนื่องจากอาการปวดท้องบิดมาจากหลายปัจจัย หลายอวัยวะที่สามารถก่อให้เกิดอาการท้องบิดได้ เรื่องวิธีการป้องกันเพื่อไม่ให้ท้องบิดเกิดขึ้น สามารถป้องกันได้ด้วยการระมัดระวังตัวเอง ดังนี้

1. หลีกเลี่ยงการทางอาหารรสชาติจัดจ้าน เผ็ด เปรี้ยวเค็ม อาหารย่อยยาก ไขมันสูง กินทุกมื้อไม่ดีต่อกระเพาะแน่ๆ เพราะอาหารเหล่านี้เพิ่มแก๊สและลมในกระเพาะอาหารได้

 

2. งดบุหรี่เพราะทำจะทำให้แก๊สในกระเพาะมีเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งงดแอลกอฮอล์ทุกชนิดเพราะเป็นสาเหตุทำให้กระเพาะอาหารอักเสบ

 

3. ดูแลรักษาสุขภาพให้ถูกสุขอนามัยเสมอ ทานอาหารสะอาดมีประโยชน์ ครบทุกหมู่ เพื่อช่วยระบบการย่อยและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอให้แข็งแรงมากขึ้น

 

อาการปวดท้องบิด จะลดลงและไม่เกิดขึ้น หากคุณเรียนรู้ที่จะดูแลเรื่องการทานอาหาร ความสะอาด และการใช้ชีวิตที่ระมัดระวัง เพราะสิ่งที่เรานำเข้าไปในร่างกายล้วนมีผลกระทบต่ออาการเจ็บปวดได้ทั้งหมด หากคุณรักที่จะดูแลตัวเองอย่างดีครบถ้วน อาการปวดท้องบิดจะไม่เกิดขึ้นกับคุณอย่างแน่นอน

 

Leave a reply "ปวดท้องบิด อาการ สาเหตุและวิธีป้องกัน"